หมายถึงสิ่งที่เป็นผลลัพธ์จากการลงมือทำตามแรงผลักของกิเลส  เจตนา  กาย  วาจา  และใจ  เปรียบวิบากนี้เหมือนกับการให้ผลหลังจากที่ลงมือทำลงไปแล้ว  หากได้สร้างกรรมคือลงมือทำแล้ว  ผลตอบรับที่จะแสดงให้รู้ว่าอะไรคือกรรมดี  อะไรคือกรรมชั่วชื่อว่าเป็นวิบาก  และ  วิบากที่ได้รับมานั้นทำให้รับรู้ได้ว่าสิ่งที่ทำไว้สะท้อนกรรมประเภทใดไปในตัวเองด้วย

กิเลส  หมายถึงแรงกระตุ้นเพื่อให้เกิดการกระทำ  จัดว่าเป็นสิ่งเร้าเพื่อให้เกิดความรู้สึกนึกคิดต่อสิ่งที่เข้ามากระทบ

เจตนา  หมายถึงความตั้งใจ  ความมุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดมีขึ้น  หรือเจตนาจำนงที่ถูกสั่งการจากกิเลสที่เป็นความโลภ  ความโกรธ  และความหลง  หากเจตนาที่ดี  การกระทำตามเจตนานั้นเรียกว่ากุศลกรรม  ตรงข้างกับเจตนาไม่ดีคืออกุศลกรรม

การแสดงออกทางกาย  วาจา  ใจ  เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงให้เกิดการกระทำ  เปรียบเสมือนตัวกลางที่รับคำสั่งจากกิเลสอีกทีหนึ่งหากรับจากความรู้สึกที่เป็นฝ่ายดี  คือ  ไม่มีความโลภ  ไม่มีความโกรธ  ไม่มีความหลง  การแสดงออกทางกาย  วาจา  และใจก็จะสนับสนุนให้เกิดการสร้างกรรมดี 

มนุษย์เปรียบเสมือนผลไม้ ที่มีความหลากหลายชนิด รูปรสที่แตกต่างกัน รสหวานบ้าง รสขมบ้าง รสเผ็ดบ้าง มนุษย์ก็มีพันธุกรรมการเกิดแตกต่างกันเช่นเดียวกับผลไม้

การเกิดขึ้นของความแตกต่างในมนูษย์นั้น เป็นเรื่องของกรรมที่สั่งสมไว้ เป็นการเพาะเชื้อที่มีในตัวของแต่ละคน เชื้อแห่งพันธุกรรมของมนุษย์นั้น ต้องอาศัยความดีและความชั่วในการสืบต่อ จึงสามารถสืบสานชีวิตให้เป็นความแตกต่างได้ คือ ใครทำความดีหรือความความชั่ว ก็จะส่งผลให้ได้รับตามวิถีที่ทำไว้

 

"มนุษย์หรือสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตนเอง มีกรรมเป็นทายาท มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธ์ มีกรรมเป็๋นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายให้เลวและดีต่างกัน"

 

 


edit @ 18 Nov 2007 10:15:14 by NOY

"บางครั้ง ก่อนที่คนเราจะฉลาด...ต้องเรียนรู้กับคำว่าโง่ก่อน" นั่ น ห ล ะ...คื อ ฉั น

หลายครั้งที่การตัดสินใจในชีวิต เราก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่า ทำไมถึงเลือกทางนี้ เลือกที่จะทำเลือกที่จะเป็น แต่สิ่งหนึ่งที่น่าจะสำคัีญมากกว่าการหาสาเหตุก็คือการยอมรับ ว่าคนเรามีสิทธิ์ที่จะผิดพลาดกันได้ เพียงแต่ขอให้รู้ตัวเองว่า เราผิดพลาดเรื่องอะไร และจะใช้บทเรียนที่ได้นั้นอย่างไร เป็นประสบการณ์สอนตัวเอง..